วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

สัตว์เลี้ยงแสนรัก^^

จี๊ดแบ๊ว
นี่เป็นสัตว์เลี้ยงของเราเอง มันคือกระต่ายน้อยพันธุ์เจอรี่วู๊ดดี้ทอย ค่า
มันชื่อ จี๊ดแบ๊ว(ชื่อแปลกดีมั้ย ^^)
ตอนนี้มันอายุประมาณ 5 เดือนกว่าๆแล้ว กำลังน่ารักน่าชังเลย อิิอิ
นิสัยของมันก็ขี้เล่นตามประสากระ้ต่ายน้อย แต่ก็ซนมากเลยทีเดียว
เวลามันหิวมากๆ มันจะชอบเขย่ากรงเหมือนคิงคองเลย 55+
เวลาให้อาหารมัน เราจะต้องกำหนดปริมาณของอาหาร และดูโภชนาการอาหารของกระ้ต่ายที่ดี
เพื่อกระต่ายน้อย จะได้มีสุขภาพแข็งแรง และอยู่กับเราไปนานๆเลย ^0^
มาดูโภชนาการอาหารกัน อันนี้อ้างมาจากในเว็บนี้นะคะ
http://www.epofclinic.com/wizContent.asp?wizConID=165&txtmMenu_ID=7

หลักโภชนาการในกระต่ายเบื้องต้น

เรื่องอาหารการกินนั้นถ้าเปรียบกับคนแล้ว เรา เรียนรู้ที่การกินอาหารครบ 5 หมู่ ชีวจิต หรืออาหารเพื่อสุขภาพ หรือบางคนก็อาจจะกิน fast food หรืออะไรก็แล้วแต่ และสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้นย่อมส่งผลต่อสุขภาพเรานั่นเอง กระต่ายก็เช่นกันย่อมมีอาหารที่เหมาะสมกับระบบทางเดินอาหาร เป็นหน้าที่ของเราที่จะนำสิ่งที่ดีๆนั้นมาให้กระต่ายที่เรารัก เพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว

กระต่ายเป็นสัตว์จำพวกสัตว์กินพืชอย่างเดียว (strict herbivores) และมี กระบวนการหมักย่อยที่สำคัญอยู่ที่ระบบทางเดินอาหารส่วนท้าย (Hind gut fermentation) อาหารที่เหมาะสม ของกระต่ายนั้นคือคาร์โบไฮเดรตต่ำ ไขมันต่ำ และอาหารหยาบที่มีเยื่อใย (fiber) สูงกว่า 20% แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ เยื่อใยอาหารที่ย่อยได้ (digestible fiber) กับ ที่ย่อยไม่ได้ (indigestible fiber) ซึ่งมีบทบาทที่ สำคัญต่อสุขภาพที่ดีของกระต่าย การบดเคี้ยวอาหาร หยาบนั้นช่วยให้ฟันสึกและไม่งอกยาวเกินไป (Crossely, 1995) การได้รับอาหาร ที่มีเยื่อใยที่ย่อยไม่ได้น้อยมีแนวโน้มที่จะทำให้บีบตัวของทางเดินอาหารลด ลง ทำให้อาหารและเส้นขนที่กินเข้าไปยังคงค้างอยู่ใน กระเพาะเป็นเวลานาน และเป็นสาเหตุของภาวะอุดตันของ ทางเดินอาหาร และการได้รับเยื่อใยอาหารที่ย่อยไม่ได้อย่างเพียงพอยังช่วยลดพฤติกรรมการกิน สิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น พรม ถาดพลาสติก (Quesenberry, 1994) แหล่งสำคัญของอาหารเยื่อใยคือพวกหญ้า หรือหญ้าแห้ง

เยื่อใยทั้งสองชนิดนี้จะแยกกันโดยเยื่อใยที่ย่อยไม่ได้ จะถูกขับออกมาเป็นมูลแข็งออกมา (hard feacal) ส่วนเยื่อใยที่ย่อยได้ก็จะเกิดการบีบตัวของลำไส้ ให้เคลื่อนที่กลับเข้าสู่ซีกั่ม (cecum) เพื่อทำการหมัก หลังจากนั้นก็จะถูกขับออกมาเป็นมูลอ่อน (soft feacal) หรือซีโคโทป (Cecotropes) ที่เราเรียกว่าอึพวงองุ่น ในอึชนิดนี้จะมีสารอาหารที่สำคัญ เช่น กรดอะมิโน ไวตามิน เกลือแร่ และจุลชีพที่จำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะยีสต์ Sacccharomyces cereviae อึชนิดนี้จะมีเมือกปกคลุมเพื่อป้องกันสภาพความเป็นกรดใน กระเพาะอาหาร โดยกระต่ายจะกินจากก้นโดยตรง

การเลือกอาหารเม็ดที่ขายตามท้องตลาด อาหาร นั้นควรผลิตมาเพื่อกระต่ายโดยเฉพาะ เราควรดูคุณค่าทางโภชนการของอาหาร โดยควรมีโปรตีน 12-16% เยื่อใย 20-25% หรือมากกว่า ไขมันและคาร์โบไฮเดรตต่ำ ความสดของอาหาร วันหมดอายุ และควรหลีกเลี่ยงอาหารเม็ดที่เป็นแบบผสม เช่น ผสมกับธัญพืช เมล็ดพืช ถั่ว ผักอบแห้ง เพราะกระต่ายจะเลือกกินเฉพาะของที่ชอบ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะการขาดสารอาหาร อ้วนเกินไปและเกิดปัญหาของระบบทางเดินอาหารได้

เมื่อเราเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพของกระต่ายที่เรารักได้แล้ว ต้องการเปลี่ยนอาหารเก่า เพื่อให้ได้อาหารใหม่ที่ถูกหลักโภชนาการมากกว่า เราควรค่อยๆเปลี่ยนจากอาหารเก่าเป็นอาหารใหม่ เพราะถ้าหากเราเปลี่ยนอาหารอย่างรวดเร็ว จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงจุลชีพในทางเดินอาหารและเกิดท้องเสียตามมา ดังนั้นเราจึงต้องมีขั้นตอนในการค่อยๆเปลี่ยนอาหาร ดังนี้

สัปดาห์แรก : ให้อาหารเก่า ¾ ส่วนกับอาหารใหม่ ¼ ส่วน

สัปดาห์ที่ 2 : ให้อาหารเก่า ½ ส่วนกับอาหารใหม่½ ส่วน

สัปดาห์ที่ 3 : ให้อาหาร เก่า ¼ ส่วน กับ อาหารใหม่ ¾ ส่วน

สัปดาห์ที่ 4 : ให้อาหารใหม่ อย่างเดียว

เราอาจจะนำ Rabbit CakeR มา ผสมอาหารเพื่อ ช่วยปรับสภาพทางเดินอาหารของกระต่าย และทำให้ช่วยในการปรับการกินให้ถูกหลักโภชนาการ

การให้กระต่ายกินขนม (treat) นอกเหนือจากอาหารหลัก กระต่าย ที่เราเลี้ยงนั้นเรียนรู้ที่จะขออาหารกินและเป็นหนึ่งในการสร้างความผูกพัน ระหว่างเจ้าของและกระต่าย โดยขนมที่เจ้าของชอบให้ กินส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด เราควร หลีกเลี่ยง เช่น มันฝรั่งทอด ป๊อปคอร์น ซ๊อคโกแลต น้ำผึ้ง เป็นต้น หากเราให้ในปริมาณมาก จะทำให้กระต่ายกินซีโคโทปน้อยลง เนื่องจากพลังงานจำนวนมากที่ได้รับจากคาร์โบไฮเดรต ทำให้ร่างกายคิดว่าได้รับพลังงานเพียงพอแล้ว สาร อาหารจำเป็นที่ได้รับจากซีโคโทปก็น้อยลง กระต่ายจะ ผอม และอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงมีผลให้จุลชีพที่ก่อโรคของระบบทางเดินอาหารเจริญ เติบโตและเป็นเหตุโน้มนำให้เกิดทางเดินอาหารเป็นพิษ (enterotoxaemia) โดยพิษที่มาจากเชื้อ Clostridium spiroforme ซึ่งอาการจะรุนแรงมากในกระต่ายเด็ก (Cheeke, 1987) ส่วนขนมที่เราแนะนำให้ได้จะ เป็นพวกผักใบเขียวปลอดสารพิษ แอปเปิล แครอทหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โดยให้กับมือ เพื่อช่วงเวลาพิเศษระหว่างเจ้าของและกระต่ายโดยไม่ทำร้ายกระต่ายที่เรารัก


โดย เต้ (ชิตนรา) ลาภจิตร

คณะ สัตวแพทยศาสตร์ มข.

VWAR


ถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากเลี้ยงน้องกระต่ายเหมือนเรา ก็ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงและโภชนาการอาหารที่ถูกต้องของน้องกระต่ายด้วยนะคะ ^0^

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

ประวัติเจ้าของบล็อกค่า


ชื่อ นางสาวศรีประไพ ศรีวิเศษ ค่ะ


ชื่อเล่น น้ำตาล


เรียนอยู่ คณะการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร

มหาวิทยาลัยบูรพา


รหัสนิสิต 52180022